ทุกปีเมื่อเข้าสู่ฤดูร้อน ภาระงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมักจะเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จากปกติที่ต้องบริหารจัดการด้านบริการพื้นฐานอยู่แล้ว กลับต้องรับมือกับภาระรอบด้านที่เข้ามาพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็น งานด้านสาธารณสุข ที่ต้องเฝ้าระวังโรคจากอากาศร้อน เช่น โรคลมแดดหรือฮีทสโตรก โรคระบาด หรืออาการกำเริบของโรคประจำตัว ขณะเดียวกันยังมีความเสี่ยงด้านสาธารณภัย ทั้งไฟไหม้กองขยะ ไฟฟ้าลัดวงจร หรืออัคคีภัยในชุมชนที่เกิดได้ง่ายขึ้นจากอุณหภูมิที่สูง


นอกจากนี้ โครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน ทั้งถนนปริแตก ทางเท้าชำรุด หรือระบบไฟฟ้าที่ขัดข้อง ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องเร่งแก้ไขในช่วงเวลาเดียวกัน อีกทั้งยังมีปัญหาภัยแล้งที่กระทบภาคเกษตร ทำให้ท้องถิ่นต้องเตรียมมาตรการช่วยเหลือและเยียวยาเพิ่มเติม ไม่เพียงเท่านั้น ท้องถิ่นยังต้องเป็นผู้จัดงานในเทศกาลสำคัญ เช่น สงกรานต์ และงานประเพณีท้องถิ่นต่าง ๆ


ทั้งหมดนี้ส่งผลให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีงานล้น งานเร่ง และงานไม่คาดคิดในทุกช่วงหน้าร้อน ซึ่งส่งผลกระทบไปสู่การดูแลและบริการประชาชนที่มักทำให้งานเกิดคอขวด เจ้าหน้าที่ทำงานหนักขึ้น และประชาชนได้รับบริการไม่ทั่วถึง เทคโนโลยีดิจิทัลอย่าง One Stop Service หรือบริการจุดเดียวเบ็ดเสร็จทางออนไลน์ จึงเป็นหนึ่งในแนวทางที่ตอบโจทย์ท้องถิ่นมากขึ้น


One Stop Service คือตัวช่วยท้องถิ่นรับมือฤดูงานล้น


One Stop Service หรือบริการแบบจุดเดียวเบ็ดเสร็จ คือการรวมบริการต่าง ๆ ไว้ในจุดเดียว เพื่อลดขั้นตอน ลดระยะเวลา และเพิ่มความสะดวกให้ประชาชน โดยสามารถทำได้ 2 รูปแบบหลัก


1. One Stop Service แบบศูนย์บริการ


เป็นการรวมบริการทุกเรื่องไว้ที่จุดเดียวในสำนักงาน เช่น ศูนย์บริการประชาชนของเทศบาล เพื่อช่วยให้ประชาชนมาติดต่อทุกเรื่องได้ในที่เดียว


2. One Stop Service แบบออนไลน์


เป็นการรวมบริการของท้องถิ่นไว้ในแพลตฟอร์มเดียวหรือช่องทางเดียว ทั้งแจ้งเหตุ ร้องเรียน ยื่นคำขออนุญาต การชำระภาษีและค่าธรรมเนียม การนัดหมายหรือจองคิวใช้บริการต่าง ๆ การตรวจสอบสิทธิ์และข้อมูล รวมถึงติดตามสถานะงานแบบเรียลไทม์ ซึ่งจะช่วยให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการได้ทุกที่ ทุกเวลา ช่วยลดการเดินทางของประชาชน ลดภาระงานหน้าสำนักงาน ที่สำคัญได้ข้อมูลที่เป็นระบบ สามารถตรวจสอบย้อนกลับ และนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ในมิติอื่นได้


ปัจจุบันหลายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เริ่มนำ One Stop Service มาใช้ควบคู่กันทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ตัวอย่างเช่น เทศบาลตำบลบ้านกลาง จ.ลำพูน ร่วมกับ เบดร็อค อนาไลติกส์ พัฒนา “ระบบการจัดการการแจ้งเหตุและจัดการปัญหาออนไลน์ เทศบาลตำบลบ้านกลาง” เพื่อให้ประชาชนสามารถติดต่อใช้บริการ รวมถึงแจ้งเรื่องและติดตามผลได้ทางออนไลน์และออฟไลน์ ซึ่งผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นคือประชาชนแจ้งปัญหาได้ง่ายขึ้น ข้อมูลมีความครบถ้วนและแม่นยำ ช่วยให้เจ้าหน้าที่ส่งต่องานได้รวดเร็ว ที่สำคัญพบว่าระยะเวลาในการแก้ปัญหาสั้นลงอย่างชัดเจน


นอกจากนี้เทศบาลยังสามารถนำข้อมูลมาวิเคราะห์และสรุปผลการดำเนินงานได้ง่ายขึ้น ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการบริหารในภาพรวม โดยระบบนี้ของเทศบาลตำบลบ้านกลางได้รับรางวัล Smart City Solutions Awards 2024 ระดับดี ในด้านการบริหารภาครัฐอัจฉริยะ (Smart Governance) ด้วย


8b8a5450c9-f7988aac970e76a15db692b7.webp


Online One Stop Service ช่วยแก้งานล้นในหน้าร้อนของท้องถิ่นได้อย่างไร


อย่างที่บอกไปว่าเมื่อเข้าสู่ฤดูร้อนภาระงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมักเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งจากเหตุสาธารณภัย ปัญหาสุขภาพของประชาชน และงานบริการที่ต้องเร่งดำเนินการในเวลาเดียวกัน การนำ Online One Stop Service เข้ามาใช้จึงเป็นทางออกสำคัญที่ช่วยให้การบริหารจัดการงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น


1. แจ้งเหตุได้รวดเร็ว ลดความเสียหายจากสาธารณภัย


ประชาชนสามารถแจ้งเรื่องผ่านระบบออนไลน์ได้ง่ายและเร็ว ไม่ว่าจะเป็น ไฟไหม้ ไฟฟ้าลัดวงจร ถนนแตกร้าว หรือโครงสร้างพื้นฐานเสียหาย ที่สำคัญ Online One Stop Service มักมาพร้อมระบบปักพิกัดที่ช่วยระบุตำแหน่งได้อย่างแม่นยำ ทำให้เจ้าหน้าที่เข้าถึงพื้นที่ได้เร็ว ลดขั้นตอนการสอบถามข้อมูลซ้ำ ทำให้แก้ปัญหาได้ตรงจุดและทันเวลา


2. เข้าถึงบริการสุขภาพได้ง่าย ไม่ต้องฝ่าความร้อน


ในช่วงอากาศร้อนการเดินทางไปติดต่อที่สำนักงานอาจไม่สะดวกและมีความเสี่ยงด้านสุขภาพสูง บริการแบบจุดเดียวเบ็ดเสร็จทางออนไลน์ จะช่วยให้ประชาชนสามารถจองคิวบริการด้านสุขภาพ แจ้งปัญหาสุขภาพเบื้องต้น รวมถึงขอรับคำแนะนำหรือความช่วยเหลือได้ทางออนไลน์ ทำให้ช่วยลดความแออัดที่สำนักงาน ลดความเสี่ยงจากอากาศร้อน และได้รับบริการเร็วขึ้น โดยไม่ต้องเดินทาง


3. ตรวจสอบสิทธิ์และขอความช่วยเหลือได้ตลอดเวลา


เมื่อเกิดภัยแล้งหรือสาธารณภัย มักมีการออกมาตรการเยียวยาเพื่อช่วยเหลือประชาชน บริการแบบจุดเดียวเบ็ดเสร็จทางออนไลน์จะทำให้การเข้าถึงสิทธิ์ช่วยเหลือได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะตรวจสอบสิทธิ์ ยื่นคำขอรับความช่วยเหลือ รวมถึงติดตามสถานะการให้ความช่วยเหลือ ซึ่งไม่เพียงลดภาระเจ้าหน้าที่ในการตอบคำถามซ้ำเท่านั้น แต่ยังเพิ่มความโปร่งใสในการให้บริการด้วย


4. เปิดบริการ 24 ชั่วโมง ลดข้อจำกัดเวลาราชการ


ข้อจำกัดสำคัญในการให้บริการประชาชนของท้องถิ่น คือการติดต่อได้ในวันและเวลาราชการ ซึ่งบริการแบบจุดเดียวเบ็ดเสร็จทางออนไลน์จะเข้ามาปิดช่องว่างนี้ เพราะสามารถให้บริการออนไลน์แก่ประชาชนได้ตลอด 24 ชั่วโมง อีกทั้งยังช่วยลดความแออัดและลดจำนวนคนที่ต้องเดินทางมาที่สำนักงานด้วย


2472c6c987-5b9f7b8ea2dbcfd8d22afb75.webp


Online One Stop Service หรือบริการแบบจุดเดียวเบ็ดเสร็จทางออนไลน์ จึงเป็นเครื่องมือขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในวันที่ภาระงานเพิ่มขึ้นในช่วงฤดูร้อน ทั้งช่วยให้งานลดลง ประชาชนเข้าถึงบริการได้ง่ายขึ้น และสามารถบริหารจัดการงานให้บริการสาธารณะได้อย่างเป็นระบบ โปร่งใส และทันต่อสถานการณ์มากขึ้น สำหรับท้องถิ่นใดที่ต้องการยกระดับการให้บริการ เบดร็อค อนาไลติกส์ พร้อมสนับสนุนคุณด้วยโซลูชัน Citizen One Stop Service แพลตฟอร์มบริการประชาชนแบบครบวงจรในที่เดียว ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยลดภาระงานและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในยุคดิจิทัล ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://bedrockanalytics.ai/th/products/citizen-one-stop-service