ประเทศไทยกำลังเผชิญภัยพิบัติน้ำท่วมที่รุนแรงและคาดเดายากขึ้น จากรายงาน Climate Risk Index (CRI) 2026 ของ Germanwatch พบว่าไทยมีความเสี่ยงด้านสภาพอากาศสุดขั้วเพิ่มขึ้น ติดอันดับที่ 17 ของโลกในปี 2024 จากอันดับที่ 72 เมื่อสองปีก่อน สะท้อนให้เห็นว่าผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ (Climate Change) ทำให้รูปแบบฝนเปลี่ยนไป ความเสี่ยงจากฝนตกหนักจึงสูงขึ้น และหลายพื้นที่ต้องรับมือกับน้ำท่วมที่มาเร็ว แรง และสร้างความเสียหายมากขึ้นทุกปี


ด้วยความซับซ้อนของสถานการณ์ หลายท้องถิ่นจึงเริ่มนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วย แต่เมื่อต้องใช้หลายระบบที่กระจัดกระจายและก็ไม่เชื่อมกัน ทำให้การคาดการณ์ผิดพลาด การเผชิญเหตุล่าช้า หรือการฟื้นฟูหลังน้ำลดไม่ทั่วถึง จึงต้องการเครื่องมือเดียวที่ครบวงจร ใช้งานง่าย และเชื่อมโยงข้อมูลแบบเรียลไทม์


“โซลูชันบริหารจัดการภัยพิบัติอัจฉริยะ” จากเบดร็อค อนาไลติกส์ จึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อให้เป็นระบบเดียวที่ครอบคลุมทุกขั้นตอนของการจัดการน้ำท่วม ทั้ง ก่อนเกิดเหตุ ระหว่างเกิดเหตุ และหลังน้ำลด ตั้งแต่การคาดการณ์แนวโน้ม ตรวจจับความเสี่ยง การสื่อสารเตือนภัย การช่วยเหลือ ฟื้นฟูเมือง ไปจนถึงการเยียวยาผู้ประสบภัยอย่างเป็นระบบและโปร่งใส ทำให้ท้องถิ่นรับมือภัยพิบัติได้แม่นยำ รวดเร็ว และลดความเสียหายได้มากกว่าเดิม


1. โซลูชันบริหารจัดการภัยพิบัติอัจฉริยะ สำหรับ “ก่อนเกิดน้ำท่วม”


ก่อนเกิดน้ำท่วม คือช่วงเวลาที่ท้องถิ่นจะต้องรู้ให้เร็ว และวางแผนให้แม่น เพราะข้อมูลที่ล่าช้า ไม่อัปเดต หรือกระจัดกระจาย ทำให้หลายพื้นที่ไม่สามารถเตรียมรับมือได้เต็มที่ ส่งผลให้ความเสียหายจากน้ำท่วมรุนแรงกว่าที่ควรจะเป็น


โซลูชันบริหารจัดการภัยพิบัติอัจฉริยะ จาก เบดร็อค อนาไลติกส์ จึงเข้ามาช่วยแก้ปัญหานี้ด้วยการรวมข้อมูลทุกด้านของภัยพิบัติไว้ในที่เดียว เพื่อสนับสนุนการคาดการณ์ วางแผนรับมือ และเตรียมพร้อมกำลังคนอุปกรณ์ พื้นที่อพยพ ก่อนที่น้ำท่วมจะเกิดขึ้นจริง ช่วยให้ท้องถิ่นมองเห็นพื้นที่เสี่ยงและพื้นที่ปลอดภัยได้ล่วงหน้า พร้อมสร้างแผนเผชิญเหตุได้อย่างเป็นระบบ ประกอบด้วยเครื่องมือสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่


1. ระบบโทรมาตรหรือเซนเซอร์ IoT ตรวจวัดระดับน้ำ


ติดตั้งโทรมาตรอัจฉริยะหรือเซนเซอร์วัดระดับน้ำในจุดเสี่ยงและพื้นที่ต้นน้ำ พร้อมดึงข้อมูลจากกล้อง CCTV เพื่อรับข้อมูลสถานการณ์จริง โดยทุกข้อมูลจะถูกส่งเข้าสู่แพลตฟอร์มดิจิทัลข้อมูลภัยพิบัติแบบอัตโนมัติ ทำให้ท้องถิ่นสามารถประเมินความเสี่ยงและคาดการณ์แนวโน้มของน้ำท่วมได้แม่นยำกว่าเดิม


2. การสำรวจพื้นที่ด้วยระบบ GIS โดรน และภาพดาวเทียม


ใช้เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศสมัยใหม่ โดรน และภาพดาวเทียม ในการเก็บข้อมูลแบบครบทุกมิติของเมือง ตั้งแต่ความสูง ความลาดชัน ลำน้ำ ระบบระบายน้ำ รวมถึงสิ่งก่อสร้าง ซึ่งข้อมูลทั้งหมดจะถูกเชื่อมเข้าแพลตฟอร์มดิจิทัลข้อมูลภัยพิบัติแบบอัตโนมัติ ช่วยให้ท้องถิ่นรู้จักเมืองทั้งลึกและกว้าง


3.แพลตฟอร์มดิจิทัลข้อมูลภัยพิบัติ


ระบบศูนย์กลางข้อมูลที่รวบรวมทุกข้อมูล ทั้งระดับน้ำจากโทรมาตร ภาพจาก CCTV แผนที่ดิจิทัล ประวัติการเกิดน้ำท่วม ข้อมูลประชาชน ครัวเรือน กลุ่มเปราะบาง ผู้สูงอายุ สัตว์เลี้ยง รวมถึงข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยระบบจะแสดงภาพรวม วิเคราะห์แนวโน้ม คาดการณ์ทิศทางน้ำ ระบุจุดเสี่ยง พื้นที่อพยพ รวมถึงพื้นที่ปลอดภัยผ่านแดชบอร์ด (Dashboard) ที่ดูง่ายในหน้าเดียว ช่วยให้ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่มีข้อมูลที่ถูกต้อง แม่นยำ ครบถ้วน และสามารถประกาศเตือนภัยหรือเตรียมจุดอพยพได้ก่อนสถานการณ์จะเกิดขึ้น


4ff135aff0-339e7ccd982a651afeef0d48.webp



2. โซลูชันบริหารจัดการภัยพิบัติอัจฉริยะ สำหรับ “ระหว่างเกิดน้ำท่วม”


ช่วงที่กำลังเกิดน้ำท่วม ท้องถิ่นจำเป็นต้องรู้สถานการณ์จริงแบบเรียลไทม์ เพื่อที่จะรับมือและสั่งการได้อย่างแม่นยำ หากไม่มีข้อมูล ข้อมูลไม่ตรงกัน ขาดการประสานงาน หรือสื่อสารล่าช้า อาจทำให้การอพยพ การเข้าช่วยเหลือ รวมถึงการจัดกำลังคนและอุปกรณ์เกิดความผิดพลาด และเกิดผลกระทบที่ร้ายแรงตามมา


โซลูชันบริหารจัดการภัยพิบัติอัจฉริยะจาก เบดร็อค อนาไลติกส์ จึงถูกออกแบบมาให้เป็นศูนย์ข้อมูลกลางสำหรับการรับมือภัยพิบัติ โดยเฉพาะเหตุการณ์น้ำท่วมที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ซึ่งภายในโซลูชันประกอบไปด้วย


1. ระบบติดตามสถานการณ์น้ำแบบเรียลไทม์



ข้อมูลสถานการณ์เรียลไทม์จากโทรมาตร เซนเซอร์วัดระดับน้ำ (IoT) และกล้อง CCTV ที่ติดตั้งไว้จะถูกส่งเข้าแพลตฟอร์มดิจิทัลข้อมูลภัยพิบัติ เพื่อประกอบกับข้อมูลจากดาวเทียมและการสำรวจพื้นที่ก่อนหน้า โดยจะแสดงผลข้อมูลในแดชบอร์ดเดียวกัน ทำให้เจ้าหน้าที่เห็นระดับน้ำ จุดวิกฤต และทิศทางน้ำแบบเรียลไทม์ พร้อมมีระบบแจ้งเตือนอัตโนมัติเมื่อระดับน้ำถึงค่าที่กำหนด อีกทั้งยังเปิดระบบให้ประชาชนในพื้นที่ยังเข้าดูข้อมูลนี้ได้ ช่วยให้เตรียมตัวและอพยพได้ทันเวลา


2. ระบบแจ้งเตือนภัยพิบัติอัตโนมัติ


เมื่อน้ำขึ้นเร็วหรือถึงจุดเสี่ยงตามที่ท้องถิ่นตั้งค่าไว้ ระบบจะส่งการแจ้งเตือนให้ผู้บริหารและทีมปฏิบัติทันที โดยไม่ต้องเฝ้าหน้าจอตลอดเวลา ทำให้สามารถปรับแผนรับมือ แผนเผชิญเหตุ อพยพประชาชน หรือเตรียมจุดปลอดภัยได้ทันท่วงที ลดความเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สิน


3. แพลตฟอร์มดิจิทัลข้อมูลภัยพิบัติ


ศูนย์ข้อมูลกลางที่รวบรวมข้อมูลระดับน้ำ ข้อมูลจาก CCTV แผนที่ดิจิทัล ข้อมูลครัวเรือน กลุ่มเปราะบาง ผู้สูงอายุ และข้อมูลหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไว้ในที่เดียว โดยระบบจะวิเคราะห์แนวโน้ม ระบุจุดเสี่ยง จุดอพยพ พื้นที่ปลอดภัย พร้อมคาดการณ์ทิศทางน้ำ ซึ่งผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนที่มีสิทธิ์จะเห็นข้อมูลเดียวกันผ่านแดชบอร์ดอัจฉริยะ ทำให้ผู้บริหารหรือผู้สั่งการสามารถบริหารสถานการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สั่งการได้แม่นยำขึ้น ช่วยลดความสับสนในการสื่อสาร สามารถแบ่งโซนพื้นที่ ส่งทีมกู้ภัย อพยพประชาชน และจัดลำดับการช่วยเหลือได้อย่างตรงจุด มาพร้อมฟีเจอร์คำนวณเวลาเข้าถึงพื้นที่ ช่วยให้ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัยระหว่างน้ำท่วมเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น


4. การใช้โดรนบินสำรวจและช่วยเหลือ


มีการนำโดรนมาใช้สแกนพื้นที่น้ำท่วมที่เข้าไม่ถึง พร้อมส่งอาหาร ยา และสิ่งของจำเป็นให้ประชาชนในจุดที่ถูกตัดขาดจากเส้นทาง เพื่อให้ช่วยให้การเข้าช่วยเหลือครอบคลุมทุกพื้นที่


9348469232-dab42d3c648056facd9de54a.webp


3. โซลูชันบริหารจัดการภัยพิบัติอัจฉริยะ สำหรับหลังเกิดภัยพิบัติ


หลังวิกฤตน้ำท่วมผ่านไป แม้น้ำลดแล้ว แต่ความเสียหายและผลกระทบมากมายยังคงอยู่ ทั้งบ้านเรือนพังเสียหาย ถนนชำรุด ไฟฟ้าและน้ำประปาใช้ไม่ได้ ผู้คนยังตั้งหลักไม่ถูก อีกทั้งเศรษฐกิจในพื้นที่ก็หยุดชะงักไปพร้อมกัน ท้องถิ่นจึงต้องเร่งฟื้นฟูและเยียวยาผู้ประสบภัยหลังน้ำลดให้เร็วที่สุด


โซลูชันบริหารจัดการภัยพิบัติอัจฉริยะ จาก เบดร็อค อนาไลติกส์ จึงถูกพัฒนามาเป็นเครื่องมือฟื้นฟูและเยียวยาหลังน้ำลดแบบครบวงจร เพื่อให้ท้องถิ่นจัดการงานจำนวนมากได้ง่ายขึ้น ลดความคลาดเคลื่อนในการทำข้อมูลช่วงวิกฤต ขณะที่ประชาชนก็เข้าถึงบริการได้เร็วขึ้น ภายในโซลูชันประกอบไปด้วย


1. ระบบบริการประชาชนแบบรวมศูนย์


ศูนย์รวมบริการสาธารณะในการช่วยฟื้นฟูบ้านเรือนและเยียวยาประชาชนหลังน้ำลด ที่ประชาชนสามารถจองคิวใช้บริการผ่าน LINE OA ของท้องถิ่น เช่น ล้างบ้าน ซ่อมบ้าน รับถุงยังชีพ หรือขอคำปรึกษาด้านสภาพจิตใจ โดยข้อมูลทั้งหมดจะถูกบันทึกลงฐานข้อมูลกลางอัตโนมัติ ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่ต้องคัดแยกเอง ขณะที่ผู้บริหารก็เห็นสถานะงานทั้งหมดผ่านแดชบอร์ดเดียว และยังใช้ LINE OA สื่อสารประชาสัมพันธ์อย่างเป็นทางการ ลดข้อมูลผิดพลาดและข่าวลวงได้ด้วย


2. ระบบบริหารจัดการทรัพย์สินอัจฉริยะ


ระบบติดตามโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคของท้องถิ่นแบบเรียลไทม์ผ่านแดชบอร์ดอัจฉริยะ ที่จะบอกว่าตรงไหนเสีย ตรงไหนเสี่ยง และตรงไหนต้องซ่อมด่วน พร้อมแจ้งเตือนทันทีเมื่อพบความผิดปกติ ทำให้การฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานหลังน้ำท่วมแม่นยำ รวดเร็ว และตรงจุด ช่วยลดการลงพื้นที่แบบเดาสุ่ม และเห็นภาพรวมความเสียหายครบถ้วนตั้งแต่ต้น


3. Bell Me


ระบบรับแจ้งเหตุและจัดการปัญหาออนไลน์ ที่ประชาชนสามารถแจ้งความเสียหายหรือความต้องการเยียวยาได้ง่ายผ่าน Line OA เพียงแจ้งความต้องการ ปักหมุดพิกัด และแนบรูปภาพ ทั้งภายในและภายนอกบ้าน ระบบจะบันทึกเข้าฐานข้อมูลทันที ช่วยลดปัญหาข้อมูลตกหล่นและไม่ครบถ้วน


4. ระบบพิสูจน์ความเสียหาย


ระบบจะพิสูจน์ความเสียหายด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล โดยใช้ภาพถ่ายดาวเทียมและโดรนตรวจสอบพื้นที่จริง ลดความคลาดเคลื่อน ลดการสวมสิทธิ์ และช่วยให้การพิจารณาเยียวยามีหลักฐานดิจิทัลรองรับทุกขั้นตอน


5. ระบบบริหารจัดการงบเยียวยา


ระบบเชื่อมข้อมูลความเสียหายจาก Bell Me เข้าสู่กระบวนการพิจารณางบประมาณแบบอัตโนมัติ ช่วยให้การอนุมัติเป็นไปอย่างรวดเร็ว ถูกต้อง เป็นไปตามระเบียบราชการทุกขั้นตอน


6. แพลตฟอร์มดิจิทัลข้อมูลเมือง


ระบบฐานข้อมูลกลาง ที่มีแดชบอร์ดภาพรวมที่แสดงความเสียหายก่อนและหลังน้ำท่วม สถานะการฟื้นฟู และความคืบหน้าการเยียวยาแบบเรียลไทม์ ทำให้ผู้บริหารสามารถติดตามงานได้ง่าย ตรวจสอบย้อนหลังได้ และสื่อสารข้อมูลให้ประชาชนเข้าใจได้ทันที


โซลูชันบริหารจัดการภัยพิบัติอัจฉริยะ สำหรับถอดบทเรียนหลังน้ำท่วม


น้ำท่วมอาจเกิดซ้ำได้ทุกปี และปัจจัยก็อาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ดังนั้น การถอดบทเรียนจึงเป็นขั้นตอนสำคัญเพื่อค้นหาจุดอ่อน จุดแข็ง และแนวทางปรับปรุงในอนาคต


โซลูชันบริหารจัดการภัยพิบัติอัจฉริยะ สามารถนำมาใช้ในการถอดบทเรียนหลังน้ำท่วมได้ เนื่องจากแพลตฟอร์มมีฐานข้อมูลกลาง ที่มีแดชบอร์ดสรุปภาพรวมความเสียหายก่อนและหลังน้ำท่วม รวมถึงรายงานสรุปผลสถานการณ์ ทั้งผลกระทบ ความเสียหายทั้งต่อชีวิต ทรัพย์สิน สภาพภูมิประเทศ และสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ ทำให้ผู้บริหารสามารถเห็นปัญหาที่แท้จริง นำไปสู่การวางแผนเชิงรุก และยกระดับการป้องกันและรับมือภัยพิบัติในครั้งต่อไปได้อย่างแม่นยำและมีประสิทธิภาพมากขึ้น







หากสนใจโซลูชันบริหารจัดการภัยพิบัติอัจฉริยะ จากเบดร็อค อนาไลติกส์ เพื่อยกระดับการรับมือน้ำท่วมในทุกระยะ ทั้งก่อน ระหว่าง และหลังน้ำท่วมที่ตอบโจทย์เฉพาะท้องถิ่นของคุณ สามารถปรึกษาฟรีได้ที่ อีเมล: [email protected] หรือ Line หรือ Facebook


ขอบคุณข้อมูล


https://www.thaipbs.or.th/news/content/358972