การเปลี่ยนผ่านสู่ “ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง” เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เทศบาลนครแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี ต้องเผชิญกับผลกระทบในการบริหารงบประมาณและความเชื่อมั่นของประชาชน เพื่อเร่งฟื้นเสถียรภาพทางรายได้ และวางรากฐานใหม่ให้การจัดเก็บภาษี เทศบาลจึงต้องเร่งปรับกลยุทธ์  ไม่ใช่เพียงทำความเข้าใจกฎหมายใหม่ แต่ต้องปรับระบบการทำงานใหม่ทั้งกระบวนการ ด้วยการผสานความเชี่ยวชาญของบุคลากรเข้ากับเทคโนโลยีอัจฉริยะ


c4f9f5133e-d8fc3a12942a8930f6147a27.webp


วันนี้เบดร็อค อนาไลติกส์ ได้พูดคุยกับคุณวัชรี อ่ำปลอด ผู้อำนวยการสำนักคลัง เทศบาลนครแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี ถึงความท้าทายที่ต้องเผชิญ เหตุผลที่เลือกพัฒนาระบบ “Smart Tax” ร่วมกับ เบดร็อค อนาไลติกส์ และผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง


เมื่อระบบภาษีใหม่กลายเป็นโจทย์ใหญ่ของท้องถิ่น


ในช่วงที่เทศบาลยังใช้ระบบภาษีโรงเรือนและที่ดิน การจัดเก็บภาษีอยู่ในระดับที่ดีต่อเนื่องจนเทศบาลเคยได้รับรางวัลด้านการจัดเก็บภาษี เพราะมีรายได้เข้าท้องถิ่นในปริมาณที่สูง การทำงานจึงอาศัยกระบวนการเดิมที่คุ้นเคย ไม่ได้มีความจำเป็นต้องนำระบบใหม่มาปรับใช้มากนัก


แต่จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อมีการปรับมาเป็นภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง โดยในปี 2563 ยอดภาษีที่เคยจัดเก็บได้ลดลงอย่างมาก ส่วนหนึ่งมาจากมีมาตรการบรรเทาภาษี ประกอบกับหลักเกณฑ์ประเมินที่เปลี่ยนไปจากเดิม ส่งผลให้การบริหารงบประมาณของเทศบาลยากขึ้นตามไปด้วย


ความท้าทายไม่ได้มีเพียงการปรับเปลี่ยนกฎหมายมาเป็นภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเท่านั้น แต่ยังรวมถึงข้อจำกัดด้านกำลังคน การประเมินภาษีต้องใช้ดุลยพินิจสูง กระบวนการที่ซับซ้อน และยังมีข้อโต้แย้งจากประชาชนด้วย ทำให้สำนักคลังต้องแบกรับภาระงานที่เพิ่มขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้


แก้ปัญหาด้วยบุคลากร ความซับซ้อน และการใช้ดุลยพินิจสูง ด้วย Smart Tax


เมื่อปัญหาการจัดเก็บภาษีส่งผลกระทบทั้งรายได้ท้องถิ่นและความเชื่อมั่นของประชาชน สำนักคลังของเทศบาลนครแหลมฉบังจึงต้องรีบหาแนวทางที่ทำได้จริงและเห็นผลเร็วที่สุด เพื่อฟื้นเสถียรภาพด้านงบประมาณของท้องถิ่น ทำให้ระบบการจัดเก็บภาษีกลับมาเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาเมืองอีกครั้ง โดยเริ่มจากการนำคนที่มีความรู้ด้านเทคโนโลยีมาประกอบกับเครื่องมือที่เหมาะสม เพื่อช่วยจัดการความซับซ้อนของงานภาษี ไม่ว่าจะเป็นขั้นตอนการประเมินที่ใช้ดุลยพินิจสูง การสำรวจข้อมูลภาคสนามที่กินเวลา รวมถึงการคัดแยกบ้านหลังหลัก บ้านหลังรอง ซึ่งส่งผลต่อการประเมินภาษีอย่างมาก


75ebf3ede8-9bacc2f92d6541e99470c98d.webp


จังหวะเดียวกันนี้ เทศบาลนครแหลงฉบังได้รับทุนสนับสนุนงานวิจัยจากหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) ทำให้เกิดความร่วมมือกับเบดร็อค อนาไลติกส์ จัดทำโครงการ "แพลตฟอร์มดิจิทัลเป็นเครื่องมือ เพื่อยกระดับและเพิ่มขีดความสามารถขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น" ภายใต้กรอบการวิจัย "การยกระดับและเพิ่มขีดความสามารถขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อนำไปสู่กลไกพัฒนาพื้นที่เพื่อสร้างความเจริญและลดความเหลื่อมล้ำ” มีการนำ “แพลตฟอร์มภาษีอัจฉริยะ หรือ Smart Tax” เข้ามายกระดับการทำงานสำนักคลังแบบครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำสู่ปลายน้ำ ได้แก่ ระบบสำรวจและจัดทำแผนที่ภาษี ระบบนำเข้าข้อมูลอัตโนมัติ ระบบทะเบียนภาษี ไปจนถึงระบบประเมินภาษีอัจฉริยะ


สำหรับในขั้นตอนสำรวจภาษีป้าย เบดร็อค อนาไลติกส์ได้นำรถสำรวจ MMS (Mobile Mapping System) มาทดลองใช้ในพื้นที่ 10 กิโลเมตร เพื่อเก็บข้อมูลป้ายและพิกัดที่แม่นยำ ส่วนภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างก็ได้บูรณาการเทคโนโลยีอัจฉริยะหลายรูปแบบเข้ามาช่วยให้การสำรวจและประเมิน


60f413b763-214f51577610a52da868c123.webp


รายได้เพิ่มขึ้น ลดเวลา ลดภาระงาน แก้ปัญหาการขาดอัตรากำลังคนอย่างเห็นได้จริง


หลังจากเทศบาลนครแหลมฉบังนำระบบ Smart Tax มาใช้งาน หนึ่งในความเปลี่ยนแปลงที่เห็นชัดที่สุดคือ ปริมาณรายได้จากการจัดเก็บภาษีที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับคุณภาพข้อมูลที่ดีขึ้นและขั้นตอนการทำงานที่เป็นระบบมากกว่าเดิม โดยเฉพาะกระบวนการสำรวจภาคสนามที่มีความละเอียด รวดเร็ว และครอบคลุมมากขึ้น


สำหรับภาษีป้าย เมื่อทดลองใช้รถสำรวจ Mobile Mapping System (MMS) ในระยะทาง 10 กิโลเมตร พบว่ายอดการจัดเก็บเพิ่มขึ้นอย่างเด่นชัด โดยเพิ่มขึ้นทั้งจำนวนป้ายที่ตรวจพบและรายได้จากการจัดเก็บภาษีในสัดส่วนที่ชัดเจน ซึ่งรายได้เพิ่มขึ้นจากก่อนใช้ระบบประมาณ 1,800,000 บาท


a28ff97301-d4ba2446eca9864f5643c236.webp


ในส่วนของระบบทะเบียนภาษีและการประเมินภาษี Smart Tax ได้รับการออกแบบหน้าตาในแบบที่เราคุ้นชิน ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่ต้องเริ่มเรียนรู้ใหม่ทั้งหมด แต่ได้ความเร็วและความง่ายที่มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยสามารถประเมินทรัพย์สินกว่า 40,000 รายได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง จากเดิมที่ต้องใช้เวลาหลายวันและต้องทำงานล่วงเวลา


จากผลลัพธ์เหล่านี้ ทำให้เทศบาลสามารถแก้ปัญหาที่เผชิญมานาน ทั้งการขาดแคลนบุคลากรด้านสำรวจ ขั้นตอนงานที่ซับซ้อนและกินเวลา การใช้ดุลยพินิจที่ไม่เป็นมาตรฐาน รวมถึงข้อโต้แย้งที่เกิดขึ้นระหว่างเทศบาลและประชาชน


710bed6cab-c7fd9f57adf20a6e2299d12c.webp


นอกจากผลลัพธ์จากงานจัดเก็บภาษีแล้ว เทศบาลยังได้รับประโยชน์จากระบบประเมินศักยภาพความเป็นดิจิทัลขององค์กร ของเบดร็อค อนาไลติกส์ ที่ช่วยให้เทศบาลมองเห็นจุดแข็งและจุดอ่อนของการพัฒนาด้านดิจิทัลได้อย่างชัดเจน และใช้เป็นแผนที่นำทางในการพัฒนาองค์กรสู่ Smart City ได้อย่างต่อเนื่องและไม่หลงทิศทางอีกด้วย


หากสนใจพัฒนาแพลตฟอร์มภาษีอัจฉริยะ หรือ Smart Tax ร่วมกับเบดร็อค อนาไลติกส์ เพื่อปรับกระบวนการทำงาน และเพิ่มรายได้ให้กับท้องถิ่นในการจัดเก็บภาษีของเทศบาล สามารถติดต่อได้ที่อีเมล : [email protected] หรือ Line หรือ Facebook