หนึ่งในภารกิจขององค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) คือการกำกับดูแลโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล หรือ รพ.สต. ในสังกัด ซึ่งหลายท้องถิ่นต้องเผชิญความท้าทายในการบริหารจัดการ รพ.สต. การนำแพลตฟอร์มสุขภาพดิจิทัลเข้ามาใช้ จึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มเครื่องมือใหม่ แต่เป็นทางออกที่จะช่วยยกระดับการดูแลการทำงานของ รพ.สต. และสุขภาพประชาชนควบคู่กันไป แต่จะเลือกอย่างไรให้ตอบโจทย์การทำงานของ อบจ. และ รพ.สต. ได้จริง เบดร็อค อนาไลติกส์ มีแนวทางในการเลือกแพลตฟอร์มสุขภาพดิจิทัลมาแนะนำ


ปัญหาที่ท้องถิ่นอาจต้องเผชิญในการดูแล รพ.สต.


ก่อนจะเลือกแพลตฟอร์มดิจิทัลมาใช้ในการกำกับดูแล รพ.สต. จะต้องเข้าใจกับดักที่หลายพื้นที่อาจกำลังเผชิญปัญหาจากการถ่ายโอนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล หรือ รพ.สต. จากกระทรวงสาธารณสุขสู่การกำกับดูแลขององค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ไม่ว่าจะเป็น


1.  ปัญหาด้านข้อมูล


หนึ่งในความท้าทายสำคัญของ อบจ. คือการบริหารจัดการข้อมูลสุขภาพที่กระจัดกระจายอยู่หลายที่ ทั้งข้อมูลประชากร ผู้ป่วย กลุ่มเสี่ยง และข้อมูลย้อนหลังที่ไม่ครบถ้วนหรืออยู่ในรูปแบบที่ไม่สามารถนำมาวิเคราะห์ต่อได้ ส่งผลให้ไม่สามารถมองเห็นภาพรวมสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ได้อย่างชัดเจน การวางแผนเชิงรุก การกำหนดนโยบาย หรือการจัดสรรงบประมาณจึงอาจไม่สอดคล้องกับสถานการณ์จริง


2. ปัญหาด้านบุคลากร


การถ่ายโอน รพ.สต. มายัง อบจ. มักมาพร้อมกับข้อจำกัดด้านบุคลากร ทั้งจำนวนที่ไม่เพียงพอ และประสบการณ์ด้านการบริหารงานสาธารณสุขในระดับพื้นที่ บุคลากรเดิมต้องรับภาระงานเพิ่มขึ้น ขณะที่การสื่อสารระหว่าง อบจ. และ รพ.สต. ยังไม่ราบรื่นในช่วงเริ่มต้น


3. ปัญหาด้านการบริหารจัดการ


จากงานวิจัยหลายชิ้นเกี่ยวกับการถ่ายโอน รพ.สต. ไปสู่การดูแลของ อบจ. พบว่า ความไม่ชัดเจนด้านบทบาท อำนาจหน้าที่ และประสบการณ์ด้านสาธารณสุข เป็นหนึ่งในอุปสรรคที่ทำให้การขับเคลื่อนงานสาธารณสุขในระดับพื้นที่ล่าช้า การกำหนดตัวชี้วัด การวางแผนทิศทาง และการติดตามผลการดำเนินงานของ รพ.สต. จึงขาดความต่อเนื่อง เกิดความซ้ำซ้อน และไม่สามารถตอบสนองต่อสถานการณ์สุขภาพได้อย่างทันท่วงที


4. ปัญหาด้านกระบวนการทำงาน


เมื่อ รพ.สต. ถูกถ่ายโอนมาอยู่ภายใต้การดูแลของ อบจ. วิธีการทำงานย่อมต้องเปลี่ยนไป ทั้งกระบวนการเอกสาร ระบบงานราชการ การจัดซื้อจัดจ้าง พัสดุ และวัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์ หากยังไม่มีการปรับตัวอาจส่งผลให้การทำงานไม่คล่องตัว เกิดความล่าช้า และกระทบต่อคุณภาพการให้บริการประชาชนในพื้นที่ได้


แนวทางในการเลือกแพลตฟอร์มสุขภาพดิจิทัล เพื่อสนับสนุนการดูแล รพ.สต. ของ อบจ.


จากข้อจำกัดด้านข้อมูล ระบบงาน และการบริหารจัดการ อบจ. หลายพื้นที่จึงนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาช่วยในการกำกับดูแล รพ.สต. แต่หลายแห่งก็ยังพบปัญหาในการใช้แพลตฟอร์มดิจิทัล ทั้งข้อมูลไม่เชื่อมโยง เทคโนโลยีไม่เหมาะกับบริบทพื้นที่ และขาดแพลตฟอร์มกลางที่แสดงภาพรวมสุขภาพแบบเรียลไทม์ ส่งผลให้ไม่สามารถวางแผนเชิงรุกและบริหาร รพ.สต. ได้อย่างมีประสิทธิภาพ


วันนี้ เบดร็อค อนาไลติกส์ ผู้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูล พร้อมให้บริการแพลตฟอร์มปัญญาประดิษฐ์ และข้อมูลเชิงลึก เพื่อพัฒนาเมืองอัจฉริยะ จึงมีแนวคิดในการเลือกแพลตฟอร์มสุขภาพดิจิทัลในการสนับสนุนการดูแล รพ.สต. ของ อบจ. มานำเสนอ


1. เห็นภาพรวมสุขภาพของพื้นที่ได้จริง


ควรเลือกแพลตฟอร์มที่มีศูนย์รวมข้อมูล และแสดงผลผ่านแดชบอร์ดเดียว ทั้งข้อมูลภาพรวมสุขภาพประชาชนในระดับพื้นที่ และการทำงานของบุคลากรและ รพ.สต. รายแห่ง ทั้งข้อมูลแบบเรียลไทม์และย้อนหลัง เนื่องจากจะทำให้ อบจ. เห็นสถานการณ์สุขภาพของประชาชน และการทำงานของ รพ.สต. ได้แบบอัปเดต และยังสามารถวิเคราะห์ รวมถึงคาดการณ์แนวโน้มสุขภาพได้ด้วย ส่งผลให้การวางแผนเชิงรุกและการตัดสินใจเชิงนโยบายมีความแม่นยำมากขึ้น


8b32d01619-9e04bdc4f3440f2c0b2a22e2.webp


2. ใช้งานง่าย ลดภาระ ไม่เพิ่มงาน


การเลือกแพลตฟอร์มสุขภาพดิจิทัลเพื่อกำกับดูแล รพ.สต. นั้น จะต้องคำนึงถึงการใช้งานจริงของเจ้าหน้าที่เป็นหลัก  ดังนั้น ระบบควรใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน และช่วยลดขั้นตอนการทำงานเดิม เช่น บันทึกข้อมูลครั้งเดียว แต่ใช้ได้หลายงาน เนื่องจากหากเลือกระบบที่มีฟังก์ชันครบตามที่ต้องการ แต่มีความซับซ้อน ต้องใช้เวลาเรียนรู้สูง อาจทำให้เกิดแรงต้านและไม่ถูกนำไปใช้จริงได้ ซึ่ง อบจ. อาจให้เจ้าหน้าที่ทดลองใช้งานก่อนแล้วสอบถามความคิดเห็นก่อนตัดสินใจ หรือเลือกใช้แพลตฟอร์มในรูปแบบ Platform as a Service (PaaS) เพื่อความยืดหยุ่นและลดความเสี่ยงในการลงทุน


3. เชื่อมโยงข้อมูลได้


หัวใจของการใช้เทคโนโลยีในกำกับดูแล รพ.สต. คือความสามารถในการเชื่อมโยงข้อมูล ทั้งภายในเครือข่าย รพ.สต. และข้อมูลภายนอกหน่วยงาน เช่น ข้อมูลประชากร ครัวเรือน อายุ หรืออาชีพ การเลือกแพลตฟอร์มที่เชื่อมข้อมูลเหล่านี้เข้าด้วยกัน จะช่วยให้ อบจ. มองเห็นภาพรวมสุขภาพประชาชนได้ชัดเจน นำข้อมูลไปวิเคราะห์เชิงลึก คาดการณ์แนวโน้มสุขภาพ และออกแบบมาตรการส่งเสริมสุขภาพชุมชนได้อย่างตรงจุดมากขึ้น


26799c637c-19b7843ca42794f25b6059a1.webp


4. ปรับแต่งได้ ยืดหยุ่น และเหมาะกับบริบทพื้นที่


อบจ. ควรเลือกแพลตฟอร์มสุขภาพดิจิทัลที่สามารถปรับแต่งให้เหมาะกับบริบทของแต่ละพื้นที่ และขยายการใช้งานได้ในอนาคตโดยไม่ต้องพัฒนาระบบใหม่ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มบริการใหม่ หรือรองรับนโยบายสุขภาพที่เปลี่ยนไป ความยืดหยุ่นนี้จะช่วยประหยัดงบประมาณ ลดการเปลี่ยนระบบซ้ำซ้อน และทำให้บุคลากรสามารถทำงานต่อเนื่องได้โดยไม่ต้องเริ่มต้นเรียนรู้ใหม่ทั้งหมด


การที่ อบจ. เริ่มต้นเลือกแพลตฟอร์มสุขภาพดิจิทัลที่ใช่ จะช่วยดูแลทั้งบุคลากรใน รพ.สต. ให้ทำงานได้คล่อง ผู้บริหารวางแผนได้อย่างแม่นยำ และประชาชนเข้าถึงบริการสุขภาพที่มีคุณภาพอย่างแท้จริง เบดร็อค อนาไลติกส์ มีแพลตฟอร์มสุขภาพอัจฉริยะที่ออกแบบมาเพื่อช่วยแก้ทุกความท้าทายของ อบจ. ในการกำกับดูแล รพ.สต. ในสังกัด หากสนใจอ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่


ขอบคุณข้อมูล:


https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC11354623

https://spd.moph.go.th/wp-content/uploads/2025/01/3-มค.68-บทความพี่ต่ายวิจัยประเมินผลนโยบาย-แบ.pdf

https://he04.tci-thaijo.org/index.php/j_hsr/article/view/1947/1175